ล่าสุด อาการอยู่ในขั้นปลอดภัย แต่ยังต้องให้ยาและใส่เครื่องช่วยหายใจ รมว.ท่องเที่ยวฯ พักรักษาตัวที่ห้องซีซียู รพ.บำรุงราษฎร์ คณะแพทย์ไม่อนุญาตให้เข้าเยี่ยมอาการ หวั่นผู้ป่วยติดเชื้อ มีการตั้งโต๊ะเซ็นชื่อเยี่ยมไว้หน้าห้อง…
ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (18 มิ.ย.) ว่า นายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา มีอาการแน่นหน้าอก และวูบ เมื่อช่วงค่ำวานนี้ (17 มิ.ย.) หลังเดินทางกลับจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร และเดินทางเพื่อไปประชุมเตรียมงานด้านท่องเที่ยว โดยคนติดตามได้นำตัวส่งโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ทันที อย่างไรก็ตาม อาการขณะนี้อยู่ในขั้นปลอดภัย แต่ยังต้องให้ยาและใส่เครื่องช่วยหายใจ โดยพักรักษาตัวที่ห้องซีซียู คาดว่าต้องพักรักษาตัวและดูอาการอย่างใกล้ชิดที่โรงพยาบาลประมาณ 1 สัปดาห์
ผู้ สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สาเหตุของอาการป่วยอย่างฉับพลันครั้งนี้ ว่า มาจากความเครียดและการอดนอน เนื่องจากต้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่รัฐสภาดึกมาตลอดสัปดาห์ และต้องตื่นเช้า เพื่อปฏิบัติภารกิจที่กระทรวง อย่างไรก็ตาม คณะแพทย์ไม่อนุญาตให้เข้าเยี่ยมอาการ เนื่องการกลัวผู้ป่วยติดเชื้อ แต่ได้มีการตั้งโต๊ะเพื่อให้ผู้มาเยี่ยมเซ็นชื่อบริเวณหน้าห้อง
ด้าน นายวัชระ กรรณิการ์ โฆษกพรรคชาติไทยพัฒนา เปิดเผยภายหลังเดินทางเข้าเยี่ยมนายชุมพล และพูดคุยกับทีมแพทย์ผู้รักษา กล่าวว่า หลังจากทราบข่าวได้เดินทางเข้าเยี่ยมและสอบถามอาการ ทราบว่าขณะนี้อาการดีขึ้นเกือบเป็นปกติแล้ว สามารถพูดคุย และสั่งงานได้ แต่แพทย์ต้องการให้อยู่รักษาตัว เพื่อพักผ่อนให้เต็มที่เสียก่อน ราว 1 สัปดาห์ สำหรับกำหนดการเยือนจีนของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ซึ่งนายชุมพล ต้องร่วมคณะไปด้วยนั้น นายชุมพลจึงได้มอบหมายให้นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานบอร์ดการท่องเที่ยวฯ เดินทางไปปฏิบัติภารกิจด้านการท่องเที่ยวแทน
ผู้ สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ช่วงค่ำวันเดียวกันได้มีแกนนำของพรรคทยอยเข้าเยี่ยมอาการ นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย พี่ชายของนายชุมพล พร้อมด้วยพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกฯ และที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา รวมทั้งนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีตรองหัวหน้าพรรคชาติไทย ได้เดินทางเข้าเยี่ยมอาการ แต่เนื่องจากแพทย์ต้องการให้พักผ่อน จึงได้ลงนามไว้ในสมุดเยี่ยม นอกจากนี้นายกรัฐมนตรี ยังได้ส่งมอบกระเช้าดอกไม้เยี่ยมอาการแล้วด้วย.
ขอบคุณข่าวจาก : ไทยรัฐ














